ฉีดเกร็ดเลือดปั่น PRP ภูเก็ต
- bodymattersortho
- Mar 20
- 1 min read
PRP Injection สำหรับอาการปวดเข่าและการบาดเจ็บจากกีฬา
คู่มือเชิงหลักฐานโดยศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์
นพ. ธนภัทร ลิ่มชูเชื้อ แพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิกส์ (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อสะโพกและข้อเข่า
PRP คืออะไร และช่วยรักษาได้อย่างไร?
การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาแบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน
เหมาะสำหรับผู้ที่มี
อาการปวดเข่า
เอ็นอักเสบ
การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
และต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด
ที่ Body Matters Orthopedic & Physiotherapy Clinic จังหวัดภูเก็ต PRP ถูกนำมาใช้ร่วมกับการรักษาอื่นอย่างเหมาะสมในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว
อาการปวดเข่าและการบาดเจ็บจากกีฬา
ปัญหากล้ามเนื้อและข้อพบได้บ่อย ทั้งในคนออกกำลังกายและผู้สูงอายุ
สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
ข้อเข่าเสื่อม
หมอนรองกระดูกเข่าฉีก (Meniscus)
เอ็นไหล่ฉีก (Rotator cuff)
เอ็นอักเสบ
เอ็นยึดข้อบาดเจ็บ
อาการที่พบได้
ปวดเวลาเคลื่อนไหว
ข้อตึง
บวม
เคลื่อนไหวลำบาก
PRP คืออะไร?
PRP คือการนำเลือดของผู้ป่วยเองมาปั่นแยก เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเกล็ดเลือด (Platelets)
เกล็ดเลือดมีหน้าที่สำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพราะปล่อยสารที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย
หลังจากเตรียม PRP แล้ว จะฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่มีการบาดเจ็บ
Growth Factors ใน PRP
PRP มีสารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เช่น
PDGF: กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่
TGF-β: ลดการอักเสบ
VEGF: สร้างหลอดเลือดใหม่
IGF-1: ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนและเอ็น
ขั้นตอนการทำ PRP
เจาะเลือด
ปั่นแยกด้วยเครื่อง centrifuge
สกัดส่วนที่มีเกล็ดเลือดสูง
ฉีดเข้าสู่บริเวณที่บาดเจ็บ
ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีบางกรณีใช้ Ultrasound ช่วยเพิ่มความแม่นยำ
PRP รักษาอะไรได้บ้าง?
1. ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)
ช่วย
ลดอาการปวด
ลดการอักเสบ
เพิ่มการเคลื่อนไหว
เหมาะกับผู้ป่วยระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
2. หมอนรองกระดูกเข่า (Meniscus)
อาจช่วย
ลดการอักเสบ
ส่งเสริมการฟื้นตัว (ในบางกรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด)
3. เอ็นหัวไหล่ (Rotator Cuff)
ช่วยลด
อาการปวด
เพิ่มการใช้งานแขน
โดยควรทำร่วมกับกายภาพบำบัด
4. เอ็นอักเสบเรื้อรัง
เช่น
Tennis elbow
Patellar tendon
Achilles tendon
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
PRP vs HA (Hyaluronic Acid)
PRP
กระตุ้นการซ่อมแซม
ลดการอักเสบ
HA
เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงข้อ
ลดแรงกระแทก
👉 ใช้ต่างวัตถุประสงค์กัน ต้องให้แพทย์ประเมิน
PRP vs Stem Cell
PRP
เตรียมง่าย
มี growth factors สูง
ใช้กันแพร่หลาย
Stem Cell
จำนวนเซลล์อาจไม่เพียงพอ
ขั้นตอนซับซ้อนกว่า
แนวทางทางการแพทย์ (Guidelines)
AAOS: PRP อาจช่วยลดอาการในบางผู้ป่วย
ESSKA: แนะนำในข้อเข่าเสื่อมระยะต้น-กลาง
EFORT: PRP เป็นแนวทางที่กำลังพัฒนาและใช้มากขึ้น
ความปลอดภัย
PRP มีความปลอดภัยสูง เพราะใช้เลือดของผู้ป่วยเอง
อาการข้างเคียงที่พบได้:
ปวดเล็กน้อยบริเวณฉีด
บวมเล็กน้อย
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อยมาก
ใครเหมาะกับ PRP?
ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก
เอ็นอักเสบเรื้อรัง
หมอนรองกระดูกเสื่อม
บาดเจ็บจากกีฬา
👉 ต้องประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง
แนวทางการรักษาที่ Body Matters
เราเน้น
วินิจฉัยแม่นยำ
การรักษาตามหลักฐาน
วางแผนเฉพาะบุคคล
PRP มักใช้ร่วมกับกายภาพบำบัด เพื่อช่วย
เพิ่มความแข็งแรง
เพิ่มความมั่นคงของข้อ
ฟื้นฟูการใช้งาน
สรุป
PRP เป็นทางเลือกในการรักษาที่มีบทบาทสำคัญในปัจจุบันอาจช่วยลดอาการในผู้ป่วยที่มี
ข้อเข่าเสื่อม
เอ็นอักเสบ
การบาดเจ็บจากกีฬา
แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน👉 ต้องประเมินโดยแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

Comments